In this world...

posted on 28 Jun 2010 22:15 by le-poupeepuppet

ช่วงนี้งานเยอะมากครับหลังเปิดเทอมมาได้เกือบเดือน อากาศร้อนยังคงไม่หยุดต่อไปสมเป็นประเทศไทยเมืองร้อนจริงๆ วันนี้บังเอิญผมได้มีโอกาสฟังเพลงๆ หนึ่งที่ผมฟังครั้งแรกแล้วเหมือนกับเพลง hippop ทั่วไป (ใช่แล้วครับ ฮิพป๊อบ- hippop มันต่างจาก ฮิพฮอป-hiphop นะ) แต่ใครจะรู้ว่ามันคือเพลงของพี่เล็ก คาราบาวกันล่ะพี่น้อง! เพลงนี้ผมไปหารายละเอียดแล้วทราบว่าเป็นเพลงที่ออกวางจำหน่ายตั้งแต่ปีที่แล้วครับ เพลงนี้ชื่อว่า "โลกใบนี้" อยู่ในอัลบั้มชื่อเดียวกันของพี่เล็กครับ เพลงนี้นอกจากจะเป็นเพลงที่เขียนโดยนักดนตรีแนวเพื่อชีวิตที่ออกจะทันสมัยและฟังแล้วมันวัยรุ่นสุดๆ แล้วเนื้อหาของเพลงมันช่างกระแทกใจมากอีกด้วย


เพลงนี้พูดถึงการสมมติว่าหากไม่มีมนุษย์อยู่บนโลกใบเล็กๆ นี้จะเกิดอะไรขึ้น? นั่นสิครับ จะเกิดอะไรขึ้น? ความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งดีและเลวร้าย (อันหลังพบว่ามีมากกว่า) ที่มนุษย์กระทำต่อโลกนั้นมันก่อให้เกิดผลหลายอย่างตามมาครับ ที่น่าสนใจคือวันนี้มนุษย์คิดว่าตนเองเป็นใหญ่ในโลกใบนี้และโลกใบนี้จำเป็นที่จะต้องมีมนุษย์อยู่นั่นเอง แต่เพลงนี้กลับบอกว่า "ธรรมชาติอาจจะยินดีกว่า ถ้าหากมนุษย์ล้มหายตายจากไป" และอีกอย่างที่ให้แง่คิดครับ หากมนุษย์คิดว่า โลกใบนี้จะเจริญ สงบสุข และสวยงามได้หากแต่ต้องมีมนุษย์แล้วความคิดนี้มันน่าแปลกครับ โลกมีจุดกำเนิดราว 4,500 ล้านปีก่อน แต่มนุษย์เพิ่งมีอายุได้เพียงไม่เกิน 40,000 ปีที่แล้วนี่เองครับ ก่อนหน้านี้โลกใบนี้ยังดำรงอยู่ได้โดยไม่มีมนุษย์แล้วทำไมหลังจากนี้หากไม่มีมนุษย์โลกนี้ถึงจะอยู่ไม่ได้กันครับ?


เพลง : โลกใบนี้

ศิลปิน : เล็ก คาราบาว

อัลบั้ม : โลกใบนี้


ลองคิดดูว่าโลกใบนี้ ไม่มีผู้คนสักคน

ท้องฟ้าเบื้องบนปราศจากควันรถยนต์ที่พ่นมาจากท่อไอเสีย

หมู่ปลาก็แหวกว่ายสายธารอย่างสำราญไร้เรือไร้คนที่เคยล่า

เข่นฆ่าพวกมันมาแสนนานจนพวกมันสูญพันธุ์ไปก็มี

(ดังนั้นมันควรจะยินดีที่พวกเราจากไป)


โอ้ย ต้นไม้คงมายึดพื้นที่ตึกรามที่เคยมีผู้คนอยู่อาศัย

เมื่อพวกเราจากไปไม่มีใครดูแล

ตึกก็พังเมืองก็ล่ม จมลงไปในผืนป่า

(สัตว์ก็มาอยู่อาศัยเต็มผืนป่า)

โลกกลับเป็นสีเขียวอย่างที่มันเคยเป็น อย่างที่เราอยากได้เห็น อย่างที่อยากให้มี

(ดังนั้นมันควรจะยินดีที่พวกเราจากไป)


โอ้ย โลกใบนี้.....มีมาแต่นมนาน....ยังจะอยู่อีกนานแสนนาน

โดย...ไม่ต้องการพวกเรา


ไม่มีชีวิตใดที่ทำให้โลกเปลี่ยนไปเท่าคน

แหงนมองดูฟ้าเบื้องบนยังเห็นมีเครื่องยนต์ติดปีก

บินกันว่อน บินร่อนไปร่อนมา อย่าเอาจรวดมาถล่มนา

ท้องทะเลกว้างใหญ่มีไว้ให้จับปลา อย่าเอาเรือรบมาไล่ฆ่าผู้คน

ดังนั้นมันควรจะยินดีที่พวกเราจากไป


โอ้ย ชีวิตนั้นมันจะคงแค่ไหน

เราจะอยู่กันไปชั่วกับชั่วกัน หรือ หรือว่าเราจะอยู่คล้ำฟ้า

คิดอย่างเงี้ยก็บ้าแล้วก็ฆ่าแกงกัน

โถ สัตว์มันฆ่ากันเพราะต้องกิน มนุษย์เราไม่ต้องกินก็ยินดีจะฆ่ากัน

เพียงแค่อุดมการมันต่างกัน

(ดังนั้นมันควรจะยินดีที่พวกเราจากไป)


โลกที่ไร้ผู้คนเป็นอย่างไรหนอ

โลกที่ไร้ผู้คนเป็นอย่างไร


ลองคิดดูว่าโลกใบนี้ ไม่มีผู้คนสักคนดิ

ท้องถนนปรารศจากรถยนต์ที่เคยพ่นควันดำ คำรามเสียงลั่น ปื้นๆปื้น

ท้องทะเลก็ไร้เรือ ท้องฟ้าไร้เครื่องบิน ฝูงสัตว์ออกหากิน

โบยบินอย่างเสรีไม่มีเสียงปืนให้ได้ยินแผ่นดินก็มีแต่ป่า

(ดังนั้นมันควรจะยินดีที่พวกเราจากไป)


โอ้ย เมื่อโลกไร้คนดูแลฝูงลิง

ก็คงแห่กันมาอย่างมากมาย เจี๊ยกๆกันลั่นป่า

นี่อาจเป็นภาษาใหม่ ที่โลกอาจต้องใช้หลังที่เราจากไป

(สัตว์ก็มาอยู่อาศัยเต็มผืนป่า)

เป็นอารยะใหม่อารยะของลิงอารยะของสิ่งที่เราเคยเรียกว่าสัตว์

(ดังนั้นมันควรจะยินดีที่พวกเราจากไป)


โอ้ย โลกใบนี้.....มีมาแต่นมนาน....ยังจะอยู่อีกนานแสนนาน

โดย...ไม่ต้องการพวกเรา

โอ้ยๆ โลกใบนี้.....มีมาแต่นมนาน....ยังจะอยู่อีกนานแสนนาน

โดย...ไม่ต้องการพวกเรา

ไม่ต้องมีมนุษย์

โอ้ย โลกใบนี้.....มีมาแต่นมนาน....ยังจะอยู่อีกนานแสนนาน

โดย...ไม่ต้องการพวกเรา

โอ้ย โลกใบนี้.....มีมาแต่นมนาน....ยังจะอยู่อีกนานแสนนาน

โดย...ไม่ต้องการพวกเรา


งานยังเยอะมากครับ โครงการเพลงก็คืบหน้าไปเล็กน้อย ตอนนี้ผมมีปัญหาที่เหลือคือเรื่องลิขสิทธิ์และที่จัดจำหน่ายบน Online Store (ที่ผมคิดว่าจะใช้ iTunes Store) เท่านั้นครับ ผมจึงไม่กล้าทำอะไรต่อไป ส่วนการอัดเสียงนั้นมาถึงขั้นตอนของการอัดเสียงร้องแล้วครับ หลังจากที่จัดการ backing track ไปแล้วทุกส่วนทังกีตาร์ กลอง เบส และเสียงเครื่องสายทั้งหมดและตรวจสอบเนื้อเพลงจนครบสมบูรณ์ อีกนิดเดียวเท่านั้นครับเพลงนี้ก็จะเสร็จแล้วซึ่งต่อไปคือเรื่องปัญหาสองอย่างที่ผมว่าไปข้างบนนั่นเองครับ


ปล. 1 : ตอนนี้ผมเริ่มแต่งเพลงใหม่แล้วครับ คืบหน้าไปได้ราว 1 ใน 3 ของเพลงแล้ว

ปล. 2 : ต่อให้ใครใหญ่แค่ไหนก็สั่งให้ผมอ้าปากกว้างๆ ไม่ได้ยกเว้นหมอฟันคนเดียวครับ แต่บังเอิญผมก็เกลียดการไปเยี่ยมหาหมอฟันเสียด้วย

ปล. 3 : ใครมีวิธีบังคับขู่เข็ญให้ Steve Jobs เปิด iTunes Music Store ในประเทศไทยบ้างครับ?

ปล. 4 : ที่จริงผมวาดการ์ตูนสั้น 4 ช่องไว้หลายตอนแต่ไม่ค่อยมีเวลาปรับลง computer ครับ ขอละไว้เป็นโอกาสหน้านะครับ

ปล. 5 : แสดงความเสียใจต่อทีมชาติอังกฤษที่ต้องด่วนกลับไปเร็วกว่าที่คาดไว้ แต่ต้องยอมรับว่าเยอรมนีเล่นได้เยี่ยมจริงๆ

Blue Night Release & Answer to you...

posted on 11 Jun 2010 17:44 by le-poupeepuppet

มันเป็นเรื่องน่าเจ็บใจที่ประเทศไทยไม่มี iTunes Store นั่นเป็นการปิดวงการเพลงไทยให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ ครั้งแรกหลังจากผมเขียนเพลงใน project ใหม่นี้ผมยังไม่ได้คิดว่าจะเอาไปปล่อยขายที่ไหนดี เพียงแต่อยากทำให้ใันเสร็จเสียก่อน และเมื่อหลังจากการเขียนเพลงแรกอันยาวนานในที่สุดเมื่อตอนบ่ายวันนี้เนื่อเพลงก็เสร็จสมบูรณ์ลงอย่างเป็นทางการ หลังจากมีการแก้ไขเนื้อเพลงเล็กน้อยและเตรียมเข้าสู่กระบวนการอัดเสียงร้องและแล้วผมก็เพิ่งระลึกชาติขึ้นมาได้ว่า...


“iTunes Store” ไม่มีในประเทศไทยนี่หว่า”


เอวัง...ไหม? ไม่ครับ... เพราะผมยังมีช่องทางไปขายใน iTunes Store ต่อไป...


สำหรับวันนี้ผมมีเพียงเรื่องจะบอกว่าตอนนี้เพลงใหม่ของผมเสร็จแล้วทั้งดนตรีและเนื้อร้อง เหลือเพียงการอัดเสียงร้องเท่านั้นก็จะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อผ่านการ studio mix แล้วก็จะสามารถให้ download บน iTunes Store ได้ซึ่งคาดว่าจะปล่อยออกมาได้ราวสิ้นเดือนมิถุนายน 2010 นี้ ส่วน official blog ที่เป็นส่วนของ blog ภาษาอังกฤษของผมจะเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 15 มิถุนายนนี้ครับ แต่ว่า twitter ตอนนี้เปิดอย่างเป็นทางการแล้วสามารถ follow ได้ที่ @Poupeepuppet ครับ

 

วันนี้มีฟุตบอลโลกแล้ว รอคอยมานานถึง 4 ปี อย่าลืมติดตามครับ

 

 

Zakumi

 

 

อืม... ใกล้เดือนสิหาคมเข้ามาทุกที อยากไป Chicogo ตงิดๆ อยากไปดู Lollapalooza 2010 อยากดู X JAPAN คิดถึงคุณชาย YOSHIKI หรือหญิงโยของเรานั่นเอง ว่าแต่ เมื่อไรพี่จะออก album ใหม่ที่ว่า (มาตั้ง 2 ปีที่แล้ว) สักทีเหรอ?

 

 

YOSHIKI

 

 

(รูปนี้แน่ใจว่าคุณเธออะยุหลัก 4 เข้าไปแล้ว ทำไมดูอ่อนเยาว์ยิ่ง)

อยากดู PV เพลง Jade แล้วอ่ะ ถ่ายไปตั้งแต่ต้นปี นี่กลางปียังไม่ออกแม้แต่ treaser เลยเหรอใจร้ายจัง

 

 

X JAPAN

 


วันนี้ไม่มีอะไรจะบ่นมากมายไปกว่านี้ อยากทิ้งท้ายด้วยรูปถ่ายชุดหนึ่งซึ่งผมถ่ายได้ระหว่างวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา โดยอันที่จริงแล้วมันไม่ใช่ภาพชุดเดียวกันแต่เมื่อนำมาต่อกันและตั้งคำถามขึ้นมาชุดหนึ่ง มันอาจจะช่วยให้เราทั้งหลายตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ครับ มันอาจจะช้าไปสำหรับสถานการณ์แต่มันเป็นคำถามที่ใช้ได้ตลอดไปหลังจากนี้ครับ


ไม่ว่าใครจะชอบ จะรัก จะเชื่อมั่นในสีใดก็ตาม แต่หากว่าเรายังรักกัน เมื่อนั้นเราจะกลายเป็นสีเดียวกันคือสีแดง สีขาว และสีน้ำเงินอันปรากฏบนธงไตรรงค์ของเรา เราอยากเห็นสัญลักษณ์อันชัดเจนของความเป็นไทยเป็นอย่างไรครับ? โบกสะบัดท้าทายลมพายุและอุปสรรคไปด้วยกัน


In the rest of peace


หรือเราจะแตกแยกและทำลายมันด้วยมือของเราเอง


What do we need?


“เราต้องการความสงบหรือหายนะครับ ประเทศไทย?”


Dawn of Thailand


ตอนนี้รุ่งอรุณใหม่มาถึงพวกเราแล้วครับ รีบคว้าโอกาสนั้นไว้ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงค่านิยมและทัศนคติเดิมๆ เสียเถิดครับ ก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งต่อไปซึ่งจะยิ่งใหญ่และราตรีกาลจะดำมืด เย็นเยือก และยาวนานกว่านี้

edit @ 11 Jun 2010 19:12:31 by Lε-Poupέepuppєt~

Last Night on Earth

posted on 01 Jun 2010 11:24 by le-poupeepuppet

Green Day : 21 Century Breakdown 

 

I text a postcard sent to you,

Did it go through?

Sending all my love to you.

You are the moonlight of my life every night.

Giving all my love to you.


My beating heart belongs to you.

I walked for miles ’til i found you.

I'm here to honor you,

If I lose everything in the fire.

I'm sending all my love to you.


With every breath that I am worth,

Here on earth,

I'm sending all my love to you.

So if you dare to second guess,

You can rest assured,

That all my love's for you.


My beating heart belongs to you.

I walked for miles ’til i found you.

I'm here to honor you,

If i lose everything in the fire.

I'm sending all my love to you.


My beating heart belongs to you.

I walked for miles ’til i found you.

I'm here to honor you,

If i lose everything in the fire.

Did i ever make it through?


-----------------------------------------------------


ฉันเขียนโปสการ์ดใบหนึ่งส่งให้เธอ มันได้ไปถึงเธอหรือไม่?

ฉันส่งความรักทั้งหมดของฉันแด่เธอ

เธอเป็นดั่งแสงดวงจันทร์ของฉันทุกค่ำคืน

ฉันมอบความรักทั้งหมดให้แด่เธอ


หัวใจที่ยังคงเต้นของฉันเป็นของเธอ

ฉันเดินทางมานับไมล์กระทั่งฉันได้พบเธอ

ฉันมาที่นี่เพื่อทำตามสัญญากับเธอ หากฉันต้องสูญเสียทุกอย่างในการต่อสู้นี้

ฉันเพียงส่งความรักทั้งหมดนี้ให้แด่เธอ


ด้วยทุกลมหายใจที่มีค่าของฉัน บนโลกใบนี้ ฉันเพียงส่งความรักทั้งหมดแด่เธอ

หากเธอกล้าที่จะลองคาดเดาอีกครั้ง เธอจะวางใจได้แน่นอน

ว่าความรักทั้งหมดนี้เป็นของเธอ


หัวใจที่ยังคงเต้นของฉันเป็นของเธอ

ฉันเดินทางมานับไมล์กระทั่งฉันได้พบเธอ

ฉันมาที่นี่เพื่อทำตามสัญญากับเธอ หากฉันต้องสูญเสียทุกอย่างในการต่อสู้นี้

ฉันเพียงส่งความรักทั้งหมดนี้ให้แด่เธอ


หัวใจที่ยังคงเต้นของฉันเป็นของเธอ

ฉันเดินทางมานับไมล์กระทั่งฉันได้พบเธอ

ฉันมาที่นี่เพื่อทำตามสัญญากับเธอ หากฉันต้องสูญเสียทุกอย่างในการต่อสู้นี้

ฉันไม่เคยทำมันได้เลยใช่ไหม?


----------------------------------------------------


เพลงเพราะอีกหนึ่งเพลงของ Green Day ครับ มันอาจจะเกี่ยวโยงกับ entry ที่แล้วบ้าง ที่เป็นเพลง 21 Guns เพราะนี่ก็ดูเหมือนจะพูดถึงความสูญเสียของการต่อสู้ ครั้งแรกที่ผมฟังเพลงนี้ผมนึกถึงภาพทหารสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในสงครามในทะเลทรายแถวตะวันออกกลางกำลังเขียนจดหมายแผ่นน้อยให้ภรรยาที่รออยู่ที่แผ่นดินเกิดของเขาและสงครามนี้กำลังเป็นไปอย่างโหดร้ายจนกระทั่งพ่อทหารคนนี้ไม่รู้ว่าตนเองจะรอดกลับไปที่นั่นหรือไม่ เขาจึงเขียนบรรยายความรักที่เขามีต่อภรรยาเลยทีเดียว “เธอเป็นดั่งแสงดวงจันทร์ของฉันทุกค่ำคืน ฉันมอบความรักทั้งหมดให้แด่เธอ” มันช่างอ้างว้างจริงๆ ครับ


เพลงนี้ผมแนะนำว่าถ้าอยากเข้าใจอารมณ์ลองไปนั่งที่โล่งๆ กลางแสงจันทร์ ลองคิดว่าหากพรุ่งนี้เราจะไม่เจอคนที่เรารักอีกหรือไม่ คืนนี้จะผ่านไปอย่างไร จะมีพรุ่งนี้สำหรับเราอีกหรือไม่? แล้วลองบรรยายความรักของตนเองที่มีต่อใครคนนั้นดูสิครับ...


ผมเปิดเทอมแล้วครับ ทุกอย่างน่าสลดสำหรับผม... ที่แห่งนี้ที่ผมเคยเรียนมา 3 ปีมันเปลี่ยนไป มีน้องใหม่หน้าตาไม่คุ้นเคยเข้ามาเรียน เพื่อนหลายคนเปลี่ยนไป จากที่ซึ่งผมคุ้นเคยกลายเป็นที่แปลกหน้าไปทันที ผมรู้สึกว่าไม่รู้จักใครเลย สายตาของผมเหมือนเห็นสถานที่ใหม่ โลกใบใหม่ สังคมใหม่ทันทีที่เปิดเทอม แต่จากสังคมอันสงบสุข กลายเป็นสังคมที่มีแต่การจ้องจับผิดและตอกย้ำเหยียบย่ำคนอื่นเพื่อให้ตนเองดูดี ไม่เคยมีการให้อภัยและยกโทษถือว่าตนเองถูกต้องและคนอื่นผิดเสมอไป เต็มไปด้วยแข่งขันต่อสู่และใช้คนอื่นเป็นขั้นบันใดเพื่อให้ตนเองก้าวขึ้นไปถึงเป้าหมาย เต็มไปด้วยการแบ่งชนชั้น ไม่ใช่พี่น้องที่รักสมานกลมเกลียวแต่เป็นที่ซึ่งพี่มีอำนาจในการจัดการทุกอย่างโดยไม่ฟังน้องและรุ่นน้องไม่มีสิทธิในการแสดงความเห็นใดๆ มีหน้าที่คือทำตามที่รุ่นพี่สั่งและต้องการ


ที่นี่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยอีกต่อไป แต่ที่นี่คือสถานที่อันเต็มไปด้วยระบบอาวุโสที่เห็นแก่ตัวที่สุด... Seniority? ผมว่ามัน Domineer มากกว่า...

edit @ 1 Jun 2010 22:21:25 by Lε-Poupέepuppєt~