“21 Guns” ; a concealed philosophy

posted on 25 May 2010 13:39 by le-poupeepuppet
21st Century Breakdown
 

Do you know what's worth fighting for?
When it's not worth dying for?
Does it take your breath away,
And you feel yourself suffocating?

Does the pain weigh out the pride?
And you look for a place to hide?
Did someone break your heart inside?
You're in ruins.

One, 21 guns,
Lay down your arms, give up the fight.
One, 21 guns,
Throw up your arms into the sky, you and I.

When you're at the end of the road,
And you lost all sense of control,
And your thoughts have taken their toll,
When your mind breaks the spirit of your soul.

Your faith walks on broken glass,
And the hangover doesn't pass.
Nothing's ever built to last,
You're in ruins.

One, 21 guns,
Lay down your arms, give up the fight.
One, 21 guns,
Throw up your arms into the sky, you and I.

Did you try to live on your own,
When you burned down the house and home?
Did you stand too close to the fire,
Like a liar looking for forgiveness from a stone?

When it's time to live and let die,
And you can't get another try.
Something inside this heart has died,
You're in ruins.

One, 21 guns,
Lay down your arms, give up the fight.
One, 21 guns,
Throw up your arms into the sky.

One, 21 guns,
Lay down your arms, give up the fight.
One, 21 guns,

Throw up your arms into the sky, you and I.


-----------------------------------------------------


เธอรู้ไหมว่ามันมีค่าเพื่ออะไรในการต่อสู้ ในเมื่อมันไม่มีค่าที่จะสละชีวิตเพื่อมัน?

มันชิงลมหายใจของเธอไปและเธอรู้สึกว่าอึดอัดหรือไม่?

ความเจ็บปวดเอาความทะนงตนอันหนักอึ้งนั้นไปและเธอก็เริ่มมองหาที่หลบซ่อนหรือไม่?

ได้มีใครทำลายหัวใจเธออยู่ภายในหรือไม่?

เธอกำลังอยู่ในหายนะ

จงสดุดีแด่ประมุขเถิด

วางอาวุธลงเสีย จงยอมแพ้ต่อการต่อสู้นี้

จงสดุดีแด่ประมุขเถิด

โยนอาวุธของเธอขึ้นฟ้าไปเสีย ทั้งเธอและฉัน


เมื่อเธออยู่ ณ ตรงที่สุดปลายถนน และเธอไม่สามารถควบคุมตนเองได้ต่อไป

และความคิดของเธอได้สร้างความสูญเสียลงไปเมื่อจิตใจของเธอทำลายจิตวิญญาณของเธอเอง


ความเชื่อมั่นของเธอเดินอยู่บนเศษแก้วที่แตกกระจายและสิ่งที่ยังค้างอยู่นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป

ไม่มีสิ่งไหนถูกสร้างมาให้ทนทานเสมอไป เธอกำลังอยู่ในความย่อยยับ


จงสดุดีแด่ประมุขเถิด

วางอาวุธลงเสีย จงยอมแพ้ต่อการต่อสู้นี้

จงสดุดีแด่ประมุขเถิด

โยนอาวุธของเธอขึ้นฟ้าไปเสีย ทั้งเธอและฉัน


เธอได้ลองอยู่ด้วยตนเองลำพังเมื่อเธอเผาบ้านเมืองของเธอเองแล้วหรือ?

เธอได้ยืนอยู่ใกล้เปลวไฟเกินไปดั่งคนโป้ปดที่มองหาการให้อภัยจากก้อนหินหรือเปล่า?


เมื่อนี่คือเวลาที่จะดำรงอยู่และรอคอยวันจากไปและเธอไม่สามารถมีโอกาสลองใช้ชีวิตใหม่ได้อีก

บางสิ่งในหัวใจดวงนี้ได้ตายจากไปเสียแล้ว เธอกำลังอยู่ในหายนะ


จงสดุดีแด่ประมุขเถิด

วางอาวุธลงเสีย จงยอมแพ้ต่อการต่อสู้นี้

จงสดุดีแด่ประมุขเถิด

โยนอาวุธของเธอขึ้นฟ้าไปเสีย
จงสดุดีแด่ประมุขเถิด

วางอาวุธลงเสีย จงยอมแพ้ต่อการต่อสู้นี้

จงสดุดีแด่ประมุขเถิด

โยนอาวุธของเธอขึ้นฟ้าไปเสีย ทั้งเธอและฉัน


-----------------------------------------------------


Soldiers 
 

เพลงนี้กำลังเป็นที่นิยมกันมากในหมู่มวลชาวไทยทั้งหลายนะครับ หลายคนบอกว่ามันถูกเขียนขึ้นมาเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะหรือเปล่า? ได้แรงบันดาลใจจากคนไทยหรือไม่? ทำไมมันโดนใจเหมือนเพลงนี้เกิดมาเพื่อแผ่นดินนี้? ต้องยอมรับครับว่า มันคือความบังเอิญที่น่ากลัว เหมือนกับเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” ในเดือนพฤษาคม 35 และ “ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่” ในวันวิปโยคที่เพิ่งผ่านมาในเดือนพฤษภาคม 53


พ.ค. 35 (2535) และ พ.ค. 53 (2553)


เห็นไหมครับว่าความบังเอิญนี้มันน่ากลัวขนาดไหน? เพลงนี้อันที่จริงแล้วมันมีปรัชญามากมายแฝงอยู่อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่เพียงแต่เรื่องสงครามที่ดูไร้ค่าเท่านั้นแต่มันยังรวมถึงการพูดถึงความขัดแย้งต่างๆ ทุกรูปแบบที่สุดท้ายแล้วมันช่างไร้ค่าที่จะต่อสู้กันและมักจบด้วยความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย ผู้ชนะยืนอยู่บนความเจ็บปวดรวดร้าวของการสูญเสียและซากความเสียหาย ผู้แพ้ก็พังทลาย ดังนันมันช่างไร้ค่าเหลือเกินที่จะชนะมันเพราะเมื่อชนะแล้วกลับไม่มีคนเชิดชู กลับไม่สวยงาม แถมยังมีแต่ความตาย ความเสียหาย ความทรมาน และความเศร้าหมองรอบกายอีกด้วย


ชื่อเพลง 21 Guns นั้นหมายถึงการยิงปืนใหญ่สดุดีประมุขแห่งรัฐ (เช่นถ้าเป็นประเทศไทยก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง) เป็นจำนวน 21 นัด ซึ่งประเทศไทยก็มีธรรมเนียมนี้ โดยทหารปืนใหญ่จะยิงปืนใหญ่ 21 นัดเสมอในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคมและวันฉัตรมงคลของทุกปี หากต้องการทราบยาวๆ ผมมี link ให้ไปอ่านได้ครับที่


หากลองอ่านเนื้อเพลงที่ผมแปลเป็นภาษาไทยในแบบฉบับของตัวเองแล้ว ก็ต้องยอมรับครับว่ามันช่างบังเอิญ “ตรง” กับเรื่องราวและเหตุการณ์ในแผ่นดินนี้อย่างน่ากลัว ที่จริงผมว่า Billy Joe Armstrong และสมาชิก Green Day คนอื่นๆ คงไม่ได้จับจ้องประเทศไทยหรือทำนายล่วงหน้าได้เหมือนนอสตราดามุสหรอกครับ แต่ว่าเขาคงกำลังเขียนเพลงนี้เพื่อทุกสงครามและความขัดแย้งในโลกให้หันมามองถึงความไร้ค่า ความสูญเสีย และความฉิบหายอันเป็นผลของความขัดแย้งทั้งหลายทั้งมวลนี้มากกว่า


สุดท้าย ผมหวังว่าผู้ที่มาอ่าน จะมองถึงสิ่งแท้จริงที่แฝงอยู่ในเพลงนี้ทุกบรรทัด ทุกถ้อยคำ ไปพร้อมๆ กับรับฟังท่วงทำนองที่ไพเราะและการเรียบเรียงทุกตัวโน้ตอย่างลงตัว หากพบว่าผมแปลผิดอย่างใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ เพราะผมก็ไม่ได้สันทัดภาษาอังกฤษเท่าไร (ฮ่าๆ)

edit @ 28 May 2010 15:49:37 by Lε-Poupέepuppєt~

Thailand Suckin' Final Chapter?

posted on 20 May 2010 23:47 by le-poupeepuppet

ทุกอย่างมันจบลงแล้วใช่ไหม? นี่คือบทส่งท้ายจริงๆ ใช่หรือไม่? หลังจากนี้พวกท่านทั้งหลายในโลกหล้าจะหันหน้ามาสบตาหวาน แล้วคุยกันด้วยตรรกะและเหตุผลดังที่มนุษย์มีเหนือสัตว์อื่นๆ แล้วใช่ไหม? และจากนี้คงยอมรับฟังกันแล้วสินะ...


ก่อนหน้านี้ใครเคยพูดอะไรไว้ ให้คำมั่นอะไรไว้ สัญญาอะไรกับคนเบื้องล่างและแผ่นดินนี้เอาไว้ ก็ขอให้รำลึกคำของท่านให้ได้และขอให้ท่านทำตาม อย่าตระบัดสัตย์เพราะแผ่นดินนี้ยังต้องการความจริงใจและความรักต่อไป มันไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูกทั้งนั้นแหละครับและไม่มีฝ่ายไหนได้ชัยชนะด้วย ใครที่คิดว่าฝ่ายตนกำลังชนะ ท่านควรภูมิใจแล้วหรือที่ท่านได้ชัยชนะที่ว่านั้นบนซากศพของทั้งทหารผู้กล้าและประชาชนพร้อมกับความเสียหายย่อยยับของบ้านเมืองและเศรษฐกิจ? ท่านยังจะเรียกว่านั่นคือชัยชนะได้อีกใช่หรือไม่?


ประเทศนี้มีสิทธิและหน้าที่ครับ

...ฝ่ายหนึ่งทำตามหน้าที่อันได้รับมอบหมาย ในการขอคืนพื้นที่

...อีกฝ่ายหนึ่งทำตามสิทธิของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น


แต่...


...ทั้งสองฝ่ายมีกบฏและสถุลของบ้านเมืองฝังตัวอยู่ “กูไม่รู้ว่ามึงฝ่ายไหน ขอให้ที่นั่นมีความรุนแรงให้กูเข้าร่วมสนุก กูก็พอใจแล้ว” แค่นี้เท่านั้นครับที่เขาเหล่านั้นคิดอยู่ในสมองเมล็ดถั่วของเขา ดังนั้นเมื่อการชุมนุมยุติลงคนเหล่านี้ก็ทำตัวเยี่ยงกากสวะ ไม่พอใจที่ไม่ได้เห็นความรุนแรง เลือดและความตาย จึงเข้าสร้างสถานการณ์เสียเองทันทีเพราะพวกเขาไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมให้เกาะเยี่ยงกาฝากอีกต่อไป

...อีกฝั่งหนึ่งก็ใช่ย่อย เมื่อตัวเองอยู่ในชุดลายพราง การฆ่าคือความสนุก สงครามคือสิ่งที่ข้าปรารถนา เมื่อการชุมนุมยุติ เมื่อไม่มีเหยื่อให้เขาเล็งเป็นเป้ากระสุนอีกต่อไป เขาก็แสดงความไม่พอใจด้วยการสร้างสถานการณ์เองเสียเลย


ขอให้มันเป็นฉากสุดท้ายเถิดครับ อย่าอ้างคำว่าประชาธิปไตยอีกเลย เพราะสิ่งที่ท่านทั้งสองฝั่งทำอยู่นั้นคือการเหยียบย่ำมันให้จมดินต่างหาก ไม่ใช่การกอบกู้หรือเชิดชู เมื่อต่างฝ่ายต่างมองว่าอีกฝั่งคือศัตรู คือผู้ที่เลวร้าย คือผู้ขัดขวางตนเอง ในเวลานี้เหล่าท่านทั้งหลายเหยียบย่ำกันพอแล้ว สะใจแล้วใช่ไหม? ดังนั้นคืนมันมาให้ประชาชนเถอะครับ ขอให้พวกเราได้ใช้อำนาจอธิปไตยของเราบ้าง เราไม่ต้องการการชุมนุมกีฬาสีใดๆ มาตัดสินใจให้อีกแล้ว เราไม่ต้องการให้ใครมาตัดสินใจแทนเราอีก อย่าคิดแทนเราอีกเลยครับ


ผมนั่งดูข่าวโทรทัศน์เมื่อวาน สิ่งที่ผมเห็นคือ ถนนที่ว่างเปล่า ความเจ็บตายของมนุษย์ ความรุนแรง ความต้องการล้มล้างอีกฝ่ายและความปรารถนาเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเรียกร้อง แต่ผม... ไม่เห็นความรักที่ไหนเลย

 

edit @ 25 May 2010 02:01:42 by Lε-Poupέepuppєt~

A common day of a puppet...

posted on 17 May 2010 18:11 by le-poupeepuppet

 

ช่วงนผมี้นั่งดูรายการ TV มันไม่ค่อยสนุกเลยครับ

มันไม่เกี่ยวกับข่าวหรือว่าสถานการณ์อะไรต่างๆ โดยตรงหรอกครับ เพราะเราสามารถพยายามหลบช่วงข่าวได้ถ้าเราต้องการ แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คนดูรายการ TV ปกติที่ไม่ใช่ Cable TV ไม่สามารถหลบได้ มันคอยตามมาหลอกหลอนในช่วงเวลาที่เราดูรายการ TV ในเวลาต่างๆ เสมอ แถมส่วนมากมักจะเป็นช่วงที่รายการนั้นกำลังสนุกเข้มข้นเสียด้วย


มันก็คือ...


...

..

.


 

1st Comic 

 

 

ผมถามจริงจากใจเลยนะว่าวันหนึ่งพี่จะมากี่รอบครับ? ตอนแรกมาผมก็เข้าใจว่า okay มันฉุกเฉินและสำคัญกับบ้านเมือง แต่ช่วงหลังๆ ผมว่ามันถี่ไปแล้วม้าง~ ขอเสนอว่ารวมๆ เอาไว้แล้วช่วงดึกๆ แล้วค่อยมาทีเดียวก็ได้มั้งครับ แล้วทีนี้พี่จะประกาศยันข่าวเช้าเลยก็ได้ครับ รับประกันด้วยหัวว่านอกจากแฟนคลับรายการ Quantum Television ของ George กับ Sarah และแฟนเพลงลูกทุ่งจะไม่มีใครว่าคุณพี่ศอฉ. อีกเลยครับ


คิดถึงว่าถ้าเป็นตอนฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง ซึ่งแฟนบอลต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันมาถึง 4 ปีเต็มและตอนนั้นกำลังถ่ายทอดสดคู่ตัดสินผู้แพ้ชนะที่สำคัญยิ่งยวดในจักรวาลหน้า (?) เวลาเดินทางมาถึงช่วงต่อเวลาพิเศษที่แม้แต่กระพริบตายังไม่กล้า แล้วทันใดนั้นก็... ฝึ่บ...!!! ประกาศศอฉ. (-*-) ผมว่าครั้งนี้ทั้งประชาชนเดินดิน ทหารกล้า ผู้ชุมนุม และใครคนไหนในแผ่นดินคงเบื่อท่านกันถ้วนหน้าครับ


ใช่ครับ ในสถานการณของบ้านเมืองแบบนี้มันสำคัญมากสำหรับการประกาศเช่นนี้ แต่ท่านต้องคิดในแง่ของประชาชนครับว่าบางครั้งมันก็มากเกินไป เพราะช่วงหลังๆ นี้มันชักจะยาวขึ้นนับเกือบชั่วโมง และบางครั้งก็เป็นเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา หรือว่าท่านโฆษกคิดจะ debut เป็น idol หน้าใหม่กันนะ? แต่ด้วยวิธีนี้มันไม่ได้ผลหรอกน่า~ เชื่อผมสิ...


บางครั้งประชาชนก็ไม่ต้องการรับข่าวสารของสถานการณ์นี้ตลอดเวลาหรอกครับ มันเครียดพอแล้วกับเรื่องราวด๋อยๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้และผมเชื่อว่าใครหลายคนก็ไม่อยากจะเครียดมากกว่านี้ หนึ่งในนั้นคือตัวผมเอง เพราะฉะนั้นขอเวลาให้ประชาชนได้พักผ่อนกันบ้างเถอะครับ

 

edit @ 25 May 2010 02:00:54 by Lε-Poupέepuppєt~